Recap: งาน Post COVID-19 "ไมซ์ไทย" กับ "ชีวิตวิถีใหม่" การจัดระเบียบและขับเคลื่อน สร้างความพร้อมกรุงเทพ และเมืองหลักเพื่อการจัดงาน

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ (Virtual Conference) ในหัวข้อ “Post COVID-19 "ไมซ์ไทย" กับ "ชีวิตวิถีใหม่" กับ การจัดระเบียบและขับเคลื่อนสร้างความพร้อมกรุงเทพและเมืองหลักเพื่อการจัดงาน” ขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2563

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

คุณสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น

นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงานกระทรวงสาธารณสุข

คุณศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาและนวัตกรรม TCEB

คุณเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร

คุณปาริฉัตร เศวตเศรนี ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร TCEB ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการตลอดสัมมนาในครั้งนี้ด้วย

โดยภาพรวมของอุตสาหกรรมไมซ์หลังจากนี้คือการจัดงานภายใต้มาตรการเพื่อรักษาสุขอนามัยและป้องกันการระบาดของโรค จึงเกิดเป็น New Normal ใหม่ ๆ ที่ผู้จัดงานต้องศึกษา นอกจากนี้ยังชูเรื่องการกระจายความพร้อมการจัดงานไมซ์สู่เมืองหลักในแต่ละภูมิภาค เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในประเทศมากขึ้น ภายหลังจากข้อปฏิบัติของหลาย ๆ ประเทศที่อาจยังไม่เอื้อให้นักเดินทางต่างชาติเดินทางระหว่างประเทศได้

editor image

แผนจับคู่ประเทศที่เข้มแข็งทำ MOU กระตุ้นการท่องเที่ยว อัดฉีดอุตสาหกรรมไมซ์ ชวนคนไทยเที่ยวในไทย

คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงมาตรการทางสาธารณสุขที่ประกอบไปด้วยการป้องกัน การค้นหา รักษาและควบคุม ซึ่งใช้ควบคุมโรคอย่างได้ผลและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อย กระทรวงจึงตั้งใจดำเนินการทางสาธารณสุขนี้ต่อไปอย่างเข้มข้นให้ทุกฝ่ายกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

สถานการณ์ปัจจุบันยังเปิดประเทศไม่ได้แต่รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ คุณอนุทินกล่าวถึงการวางแผนร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยว เพื่อทำข้อตกลงคู่กับประเทศที่มีความสามารถในการควบคุมโรค ทำ MOU ข้อตกลงเรื่องมาตรการคัดกรอง เพื่อให้นักเดินทางทั้งประเทศไทยและประเทศที่ทำสัญญาด้วยกันเดินทางระหว่างประเทศได้ ตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะทำสัญญากับประเทศจีน เพราะก่อนหน้านี้ประเทศไทยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจีนที่ติดเชื้อแล้วเดินทางเข้ามาในประเทศไทยให้หายดีและส่งกลับประเทศได้ จึงมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทางไทยก็ได้รับสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์จากจีน

รัฐบาลเล็งเห็นว่าไมซ์สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมหาศาลจึงพยายามสนับสนุนและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไมซ์ใช้ New Normal ในระยะสั้น เช่น มอบ Voucher แก่บริษัทหรือ Corporate ในการประชุม ทีเส็บสนับสนุนงานประชุมไมซ์ขององค์กร ธุรกิจโรงแรมสามารถใช้รายจ่ายในการปรับปรุงหรือขยายห้องประชุมไปใช้หักภาษีได้ เน้นให้จัดประชุมสัมมนานอกสถานที่ อย่างไรก็ตาม คุณอนุทินยังสนับสนุนให้คนเดินทางในประเทศก่อน ท่องเที่ยวและใช้เงินในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและให้เงินบาทหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ

editor image

ทีเส็บออกแคมเปญฟื้นฟูไมซ์ไทย และทำงานเชิงรุกเปิดสำนักงานภูมิภาคในไมซ์ซิตี้

ปี 2562 อุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทยสร้างมูลค่าถึง 279,330 ล้านบาท นักเดินทางไมซ์กว่า 29 ล้านคนเดินทางทั่วประเทศเพื่อร่วมงานต่าง ๆ แต่เนื่องจากการเลื่อนและยกเลิกงานทำให้ในไตรมาสที่ผ่านมา อุตสาหกรรมสูญเสียรายได้เป็นอย่างมาก สสปน.จึงมีนโยบายเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประกอบการเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการจัดงานไมซ์ในภาวะปกติใหม่ ได้แก่

- ตั้งศูนย์ข้อมูลไมซ์ ให้ข้อมูลสถานการณ์โควิด และแนวทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมไมซ์เพื่อรับมือโควิด-19

- เปิดตัว VMS (Virtual Meeting Space) เป็นแพลตฟอร์มจัดอีเวนต์แบบออนไลน์และไฮบริดเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการ

- E-Learning คอร์สเรียนออนไลน์เพื่อให้คนในอุตสาหกรรมไมซ์ได้เสริมความรู้และยกระดับความสามารถ พัฒนาทักษะใหม่ ๆ เพื่อต่อ
ยอดในการทำงาน

- MICE Hygiene Guidelines แนวทางปฏิบัติการจัดงานไมซ์อย่างไรให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสุขอนามัยของกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ ทีเส็บยังเปิดสำนักงานส่วนภูมิภาคเพื่อสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ และกระจายรายได้สู่ภูมิภาค แบ่งออกเป็นสำนักงานภาคเหนือ สำนักงานภาคกลางและภาคตะวันออก สำนักงานภาคอีสาน และสำนักงานภาคใต้

นอกจากนโยบายเยียวยาและฟื้นฟูอุตสาหกรรมของทีเส็บแล้ว คุณศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาและนวัตกรรม ทีเส็บ ยังชี้ให้เห็นโอกาสของธุรกิจไมซ์ในช่วงนี้ด้วย ผลจากการติดตามและคาดการณ์ของทีเส็บพบว่า ตั้งแต่ช่วงพฤษภาคม 2563 ถึงต้นปี 2564 มีงานไมซ์ในประเทศเกือบหนึ่งพันงานที่รอการจัดงานอยู่ โดยงานประชุมและ Incentive Travel มีจำนวนมากที่สุด และจะมีผู้เข้าร่วมงานราว 7.4 ล้านคน ซึ่งจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 35,000 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่ายังมีคนในอุตสาหกรรมทั้งฝั่งผู้จัดและผู้เข้าร่วมงานที่รอวันตลาดฟื้นตัว เป็นโอกาสอันดีที่อุตสาหกรรมไมซ์จะได้พัฒนาแนวคิดและเทคโนโลยีเพื่อหาช่องทางที่เหมาะสมในการจัดงาน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด Smart MICE การจัดงานสัมมนาแบบออนไลน์ หรือเสริมสร้างความมั่นใจด้วย MICE Hygiene & Standard มาตรฐานการจัดงานที่รักษาความสะอาดตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข และที่สำคัญคือการสร้างประสบการณ์ให้กับตลาดในประเทศ ตั้งแต่การวางแผนการตลาด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจัดงานในประเทศ และเพิ่มจำนวนนักเดินทางในประเทศ ทั้งนี้จุดหมายปลายทางก็ต้องสร้างความพร้อมเพื่อรองรับงานไมซ์ในประเทศที่คาดว่าจะมีจำนวนมากขึ้นด้วย

นอกจากการจัดตั้งสำนักงานในแต่ละภูมิภาคแล้ว ทีเส็บยังวางมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการ “จัดงานไมซ์ทั่วไทย ภูมิใจช่วยชาติ” โดยสนับสนุนผู้ประกอบการ    และสถานที่จัดงานเพื่อกระตุ้นให้เกิดการจัดงาน และตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ ทีเส็บจะดำเนินโครงการ “ประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ” อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นงานแสดงสินค้าสู่ภูมิภาคในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย พัฒนามาตรการจัดประชุมปลอดภัย สร้างงานและอาชีพให้กับนักศึกษาจบใหม่ในสายงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น ระบบติดตามผู้เข้าร่วมงานในระยะเวลา 14 วันเผื่อกรณีที่มีผู้ติดเชื้อ ระบบการบริหารความหนาแน่นในงาน และจัดเทคโนมาร์ตให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่ต้องใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มาเจอกัน โครงการเหล่านี้ในระยะยาวจะกระจายสู่เมืองหลักในทุก ๆ ภูมิภาค และช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวไวขึ้น

editor image

ไมซ์ไทยมีแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัย

ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญของธุรกิจไมซ์เป็นอย่างมาก ในฐานะอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้จำนวนมากให้กับประเทศ คุณเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร ให้คำแนะนำในการจัดงานไมซ์ในกรุงเทพฯ ว่า ต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้มาเยือนด้วยมาตรการต่าง ๆ รักษาความสะอาดของสถานที่ คัดกรองอย่างเข้มข้น และไม่ลืมการสื่อสารที่ชัดเจน

นอกจากนี้ คุณเกรียงไกรบอกเล่าถึงมาตรการรับมือโควิด-19 ที่กรุงเทพมหานครได้เตรียมไว้ ตั้งแต่การจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ที่เป็นสื่อ มีการจัดประชุมกันทุกวันเพื่ออัปเดตข่าวสาร ขณะเดียวกันกรุงเทพมหานครในฐานะเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เป็นเมืองจุดหมายปลายทางการเดินทางจากทั่วโลก ก็มีมาตรการดูแลและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างเข้มงวด สำนักงานเขตเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อรักษาภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว และสร้างความมั่นใจให้ผู้มาเยือน

ขณะที่คำแนะนำจากฝั่งผู้เชี่ยวชาญอย่าง นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงานกระทรวงสาธารณสุข ยังมีความกังวลเรื่องการจัดงานไมซ์ให้คนต่างชาติเข้ามาในประเทศ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ อาจต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อนแล้วค่อย ๆ ปรับมาตรการผ่อนปรน เพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมงานทีละน้อย ระหว่างนี้ธุรกิจก็ต้องปรับตัว สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ มารองรับงานประชุม เช่น การสัมมนาออนไลน์

นพ.จักรรัฐ แนะนำผู้ประกอบการไมซ์ให้จัดงานโดยคำนึงถึงมาตรการทางสาธารณสุข เตรียมสถานที่จัดงานให้พร้อม มีการตรวจคัดกรองผู้เข้าร่วมงาน โดยอาจมีหน่วยพยาบาลช่วยซักประวัติเพิ่มเติม ไม่ลืมเว้นระยะห่างทางสังคม คิดถึงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานและพนักงานในบริเวณสถานที่จัดงานก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และให้อุตสาหกรรมยังเดินหน้าต่อไปได้ ทีเส็บได้ประกาศแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยออกมา รับชมได้ ที่นี่

ขอนแก่น: กรณีศึกษาเมืองไมซ์กับการรับมือการระบาดของโรคและแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์หลังโควิด-19

ในสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ ดร.สมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้พูดถึงนโยบายและมาตรการความปลอดภัยของจังหวัดขอนแก่นเพื่อรับมือโควิด-19 รวมถึงบทบาทเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการจัดงานไว้ดังนี้

จังหวัดขอนแก่นวางมาตรการไว้ตั้งแต่การป้องกัน รับมือโรค และฟื้นฟูอุตสาหกรรม จังหวัดดำเนินมาตรการป้องกันตามกลไกของคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัด ตั้งแต่ระดับอำเภอ ตำบล จนถึงระดับหมู่บ้าน โดยคัดกรอง ติดตาม เฝ้าสังเกตอาการของประชาชนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศที่ สธ.ประกาศให้เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย ติดตามการเตรียมการฝ่ายแพทย์และ สธ. จังหวัด และสั่งงดกิจกรรม/กิจการที่เสี่ยงต่อการติดต่อของโรค กรณีมีผู้ติดเชื้อ จังหวัดจัดเตรียม Local Quarantine ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อเตรียมรับแรงงานจากประเทศเกาหลีใต้ ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สัมผัสผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 (Close contact high risk) รวมถึงจัดเตรียมทำ Home Quarantine สำหรับประชาชนที่เดินทางกลับจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยบูรณาการการทำงานกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และสาธารณสุข ส่วนการฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ จังหวัดจะเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขก่อน ประเมินการผ่อนปรนและปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐบาลประกาศ ประสานกับภาคเอกชน หอการค้า โรงแรม หน่วยงานท่องเที่ยว และสถานที่จัดประชุมและแสดงนิทรรศการ เพื่อเตรียมมาตรการป้องกันไวรัส เตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจที่จะมีมาตรการผ่อนปรนในระยะต่อไป

ดร.สมศักดิ์กล่าวว่า กุญแจความสำเร็จของจังหวัดขอนแก่นคือการสร้างความเชื่อมั่นในระบบบริหารจัดการของตัวเองให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ผลดีจากมาตรการของรัฐที่ประกาศให้แต่ละจังหวัดมีอำนาจจัดการกันเองทำให้จังหวัดขอนแก่นทำงานคล่อง ระหว่างการทำงานก็ประเมินและปรับแผนงานอยู่ตลอดเวลา ข้อสำคัญคือการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในหน่วยงานของจังหวัดเอง และภาคประชาชนรวมถึงชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในขอนแก่น เนื่องจากมีกงสุลของหลายประเทศตั้งอยู่ในพื้นที่ ทำให้สื่อสารกับชาวต่างชาติเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อุตสาหกรรมไมซ์หลังจากนี้ต้องปรับตัวเพื่อรับ New Normal หลายอย่างที่เกิดขึ้น งานสัมมนาแบบออนไลน์หรือไฮบริดจะกลายเป็นตัวเลือกสำคัญของผู้จัดงาน ขณะเดียวกันการกระตุ้นให้เกิดงานในประเทศมากขึ้นจะส่งผลให้มีนักเดินทางในประเทศมากขึ้น เกิดการใช้จ่ายต่อหัวมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องดีกับเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการไมซ์ของไทยต้องให้ความสนใจกับการพัฒนาจุดหมายปลายทางในประเทศมากขึ้น และเชื่อมั่นในศักยภาพของพื้นที่ของตัวเองที่มีความพร้อม และรองรับการจัดงานได้อย่างเต็มที่

รับชมสัมมนาย้อนหลังได้ที่ Post COVID-19 "ไมซ์ไทย" กับ "ชีวิตวิถีใหม่"

แหล่งข้อมูล
- “ทีเส็บ” จัดความพร้อมรับคลายล็อก เผยไมซ์ 1 พันงานจ่อคิวร่วม 3.5 หมื่นล้าน
Post COVID-19 "ไมซ์ไทย" กับ "ชีวิตวิถีใหม่"